นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานทุกขั้นตอน ดังนี้

  1. ใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  2. บริหารทุกกระบวนการของการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานการใส่ใจ ดูแล รักษา เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
  3. ส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
  4. ส่งเสริมให้ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อน้ำ อากาศ ดิน ป่าไม้ ระบบนิเวศ และการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

    • การลดก๊าซที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Gas) ด้วยการตรวจสอบยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งสินค้าให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเพื่อป้องกันการเผาไหม้เชื้อเพลิงไม่สมบูรณ์
    • การบริหารจัดการไฟฟ้า และน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการให้ความรู้แก่พนักงาน และลูกจ้างในการใช้ไฟฟ้า และน้ำอย่างรู้คุณค่าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำ
    • การลดการใช้วัสดุ อุปกรณ์สำนักงาน การนำกลับไปใช้ซ้ำหรือรีไซเคิล การปรับรูปแบบ บรรจุภัณฑ์ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในกระบวนการที่เกี่ยวข้อง และการลดกิจกรรมต่างๆ ที่ก่อให้เกิดมลพิษ
    • การบริหารจัดการและกำจัดของเหลือ หรือขยะอย่างถูกวิธี เพื่อให้บริษัทสามารถบริหารจัดการขยะ ของเสียและมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ดิน น้ำ และอากาศ
  5. ให้ความร่วมมือกับองค์กร ระดับท้องถิ่นและนานาชาติ และชุมชนรอบสถานประกอบการในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและดูแลสิ่งแวดล้อม การปรับตัวและการบรรเทา ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้มีประสิทธิภาพ
  6. ร่วมลงทุน และบริหารจัดการธุรกิจร่วมกับพันธมิตรโดยคำนึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  7. เปิดให้มีการร้องเรียนผ่านช่องทางต่างๆ หากพบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทฯ

การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญและคำนึงถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล ในทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ

ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและจรรยาบรรณ ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) รวมถึงแนวปฏิบัติตามมาตรฐานสากลต่าง ๆ โดยได้มีการถ่ายทอดนโยบายไปสู่ระดับปฏิบัติการในทุกหน่วยงาน และจัดทำนโยบายการบริหารจัดการความยั่งยืนครอบคลุมหลากหลายมิติ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 5 กระบวนการหลัก ดังนี้

กระบวนการที่ 1: การวิเคราะห์บริบทความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อกำหนดประเด็นสำคัญด้านความ ยั่งยืนขององค์กร

กระบวนการที่ 2: การกำหนดนโยบายด้านความยั่งยืนขององค์กร

กระบวนการที่ 3: การกำหนดกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนยั่งยืนขององค์กร

กระบวนการที่ 4: การขับเคลื่อนกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติจริงในทุกระดับขององค์กร

กระบวนการที่ 5: การติดตาม ตรวจสอบ และเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนอย่างโปร่งใส

บริษัทฯ ได้จัดทำนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ให้ความสำคัญกับทั้งสามมิติหลัก ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และด้านการกำกับดูแลกิจการ พร้อมส่งเสริมให้พนักงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ทั้งในระดับองค์กรและสังคมโดยรวม

เป้าหมายด้านความยั่งยืนระยะยาว

บริษัทฯ กำหนดนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายลดการใช้พลังงานไฟฟ้าต่อหน่วยพื้นที่ลงร้อยละ 20 ภายในปี 2572 เทียบกับฐานปี 2567 ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทฯ อยู่ในช่วงการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง การวัดผลจึงใช้ความเข้มข้นการใช้พลังงานต่อหน่วยพื้นที่เป็นตัวชี้วัดหลัก แทนการวัดจากปริมาณการใช้พลังงานรวม โดยแบ่งเป้าหมายตามประเภทสาขา และด้านพลังงานหมุนเวียน ดังนี้

  • พื้นที่หรือสาขาที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของอาคาร ตั้งเป้าติดตั้ง Solar Rooftop ให้ครบร้อยละ 100 ของสาขาที่เป็นเจ้าของอาคารภายในปี 2572 ร่วมกับการปรับปรุงอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าต่อหน่วยพื้นที่ลงอย่างน้อยร้อยละ 15
  • สาขาพื้นที่เช่าในศูนย์การค้า ตั้งเป้าลดการใช้พลังงานไฟฟ้าต่อหน่วยพื้นที่ลงอย่างน้อยร้อยละ 5 ผ่านการปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าและการส่งเสริมพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพของพนักงาน
  • การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนต่อการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ภายในปี 2572 เทียบกับร้อยละ 5 ในปีฐาน 2567 โดยมีการติดตั้ง Solar Rooftop เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการเลือกใช้แหล่งน้ำที่เหมาะสม เช่น น้ำบาดาล และการปรับปรุงกระบวนการใช้น้ำในการดำเนินงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การบริหารจัดการด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทฯ ตระหนักถึงผลกระทบจากภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องมีส่วนร่วมในการรับมือ

บริษัทฯ แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการควบคุมและลดการปล่อยคาร์บอน ผ่านการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนระดับโลก เช่น ความตกลงปารีส (Paris Agreement) และแนวทางจากหน่วยงานกำกับดูแล พร้อมทั้งจัดเก็บข้อมูลพลังงานและสถิติเชิงสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ในระยะยาว

โครงการที่ช่วยลดปริมาณการใช้พลังงาน

1. ระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop)

ในด้านการดำเนินการ บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการติดตั้ง ระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในพื้นที่ดำเนินการหลัก เช่น ฟาร์มผลิต ครัวกลาง และสาขาบางสาขา เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว

สถิติการใช้พลังงาน (หน่วย: kWh)

ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568 เป้าหมาย ปี 2572 1
การใช้พลังงานทั้งหมด 14,744,674 17,383,046 20,394,045 วัดผลจากความเข้มข้นต่อหน่วยพื้นที่
อัตราการเติบโต (เทียบปีก่อน) 50% 18% 17%
ความเข้มข้นการใช้พลังงาน ฐานปี 2567 ≥ร้อยละ 15 ของพลังงานทั้งหมด
การใช้พลังงานหมุนเวียน 228,765 936,668 1,001,100
อัตราการเติบโต (เทียบปีก่อน) 84% 309% 7%
สัดส่วนพลังงานหมุนเวียน (%) 1.5% 5.4% 4.9% ≥15%
การติดตั้ง Solar Rooftop (สาขาที่เป็นเจ้าของอาคาร) บางส่วน 100%

หมายเหตุ: 1เป้าหมายปี 2572 วัดจากความเข้มข้นการใช้พลังงานต่อหน่วยพื้นที่ (kWh/ตร.ม.) เป็นหลัก เนื่องจากบริษัทฯ อยู่ในช่วงขยายสาขา ปริมาณการใช้พลังงานรวมจึงอาจเพิ่มขึ้นตามจำนวนสาขา

2. โครงการที่เกี่ยวข้องกับการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการเพื่อเข้าร่วมในระบบ คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ผ่านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้พลังงานสะอาด การทำปุ๋ยหมักจากพืชอินทรีย์ งดการเผาจากการทำฟาร์มอินทรีย์ และการงดการใช้สารเคมี โดยมุ่งหวังให้การลดการปล่อยก๊าซดังกล่าวได้รับการรับรองและสามารถนำไปใช้ในตลาดคาร์บอนสมัครใจ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม

สถิติการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (หน่วย: kg CO2e)

ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568 เป้าหมาย ปี 2572
การทำปุ๋ยหมักจากพืชอินทรีย์ -100,904 -294,702 -444,081 >-400,000
อัตราการเติบโต (เทียบปีก่อน) -378% -192% -51%
งดการเผา -138,580 -146,380 -162,760 >-160,000
อัตราการเติบโต (เทียบปีก่อน) -7% -6% -11%
งดการใช้สารเคมี -2,483,899 -2,623,339 -2,916,163 >-3,000,000
อัตราการเติบโต (เทียบปีก่อน) -7% -6% -11%
รวม -2,723,383 -3,064,421 -3,523,004 >-3,500,000
อัตราการเติบโต (เทียบปีก่อน) -10% -13% -15%
การเติบโต (เทียบฐานปี 2567) ฐาน -15% -20% ถึง -50% จากฐานปี 2567
เป้าหมายด้านความยั่งยืนระยะยาว
  • บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยและให้ความร่วมมือในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามความ ตกลงปารีส (Paris Agreement) เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว บริษัทฯ จึงตั้งเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ร้อยละ 20-50 ภายในปี 2572 เทียบกับฐานปี 2567

การประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในหลากหลายมิติ ครอบคลุมทั้งมุมมองกลยุทธ์ การดำเนินงาน การเงิน และการปฏิบัติตามข้อกำหนด ที่ครอบคลุมทั้งความเสี่ยงในปัจจุบันและที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk)

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ความเสี่ยง รายละเอียด ผลกระทบต่อบริษัทฯ
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ภัยแล้ง น้ำท่วม หรือสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรและต้นทุนการผลิต
  • ต้นทุนการจัดการฟาร์มสูงขึ้น
  • คุณภาพผลผลิตอาจผันผวน
  • ต้องปรับแผนการผลิตและกระจายสินค้า
ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน ผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วต่อกระบวนการผลิต การขนส่ง หรือฟาร์มของเครือข่ายเกษตรกร
  • เกิดความล่าช้าในห่วงโซ่อุปทาน
  • เสี่ยงต่อการสูญเสียผลผลิตเฉียบพลัน
ความเสี่ยงทางการเงิน ราคาวัตถุดิบหรือสินค้าเกษตรผันผวนจากภาวะโลกร้อนและภัยธรรมชาติ รวมถึงผลกระทบต่อกำลังซื้อและพฤติกรรมของผู้บริโภคในช่วงที่เกิดสภาพอากาศสุดขั้ว เช่น อากาศร้อนจัดหรือฝนตกหนัก
  • ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น
  • กำไรขั้นต้นลดลงในบางช่วงเวลา
  • รายได้ของร้านอาหารลดลงจากการที่ลูกค้าไม่ออกมาทานอาหาร
ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ภาษีคาร์บอนหรือข้อบังคับด้านการปล่อยคาร์บอน
  • ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ
  • มีต้นทุนด้านการปฏิบัติตามเพิ่มขึ้น
โอกาส
ผลิตภัณฑ์และบริการ การพัฒนาเมนูหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สนับสนุนการบริโภคอย่างยั่งยืน เช่น วัตถุดิบท้องถิ่น ผักออร์แกนิก หรือสินค้าคาร์บอนต่ำ
  • สร้างความแตกต่างในตลาดสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
  • เสริมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์สีเขียวของบริษัทฯ
ตลาด ขยายตลาดกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เช่น ผู้บริโภควัยรุ่นหรือคนเมือง
  • เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ ESG
  • สร้างความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว

การบริหารจัดการน้ำ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในแหล่งน้ำของแต่ละพื้นที่ ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ปริมาณน้ำไม่พอเพียงต่อความต้องการของภาคส่วนต่างๆ บริษัทฯ จึงกำหนดแผน และการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำให้ดียิ่งขึ้น

สถิติการใช้น้ำ (หน่วย: ลบ.ม.)

ปี 2566 ปี 2566 ปี 2568 เป้าหมายระยะยาว
ปริมาณการใช้น้ำ 177,266 231,727 295,366 วัดผลจากปริมาณต่อหน่วยพื้นที่
อัตราการเติบโต (เทียบปีก่อน) 39% 31% 27%
อัตราการเติบโต (เทียบฐานปี 2567) ฐาน +27% ลดลง 10% จากฐานปี 2567
ปริมาณการใช้น้ำบาดาล ฐาน +27% ลดลง 10% จากฐานปี 2567
อัตราการเติบโต (เทียบปีก่อน) 14% 18% 10%
สัดส่วนต่อน้ำทั้งหมด (%) 61% 59% 55% เพิ่มขึ้นจากฐานปี 2567

หมายเหตุ:

1น้ำบาดาลมีต้นทุนต่ำกว่าน้ำประปาและช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของปริมาณน้ำในระยะยาว จึงตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำบาดาลแทน

2เป้าหมายปี 2572 วัดจากปริมาณต่อหน่วยพื้นที่ (ลบ.ม./ตร.ม.) เนื่องจากบริษัทฯ อยู่ในช่วงขยายสาขา ปริมาณการใช้น้ำรวมจึงอาจเพิ่มขึ้นตามจำนวนสาขา

เป้าหมายด้านความยั่งยืนระยะยาว

บริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารจัดการการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งเป้าหมายตามประเภทแหล่งน้ำ ดังนี้

  • น้ำประปา ตั้งเป้าลดปริมาณการใช้น้ำประปาต่อหน่วยพื้นที่ลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ภายในปี 2572 เทียบกับฐานปี 2567 ผ่านการปรับปรุงกระบวนการใช้น้ำในการดำเนินงานและการติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดน้ำ
  • น้ำบาดาล ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำบาดาลต่อปริมาณการใช้น้ำทั้งหมด เพื่อทดแทนการใช้น้ำประปาในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เนื่องจากน้ำบาดาลเป็นแหล่งน้ำที่มีต้นทุนต่ำกว่าและช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของปริมาณน้ำในระยะยาว

การบริหารจัดการของเสีย

การจัดการของเสียเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งมีบทบาทในการลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นบริหารจัดการของเสียอย่างครอบคลุม ด้วยแนวทาง “Zero Waste to Landfill” โดยเน้นการลด คัดแยก และนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ให้มากที่สุด เพื่อลดปริมาณของเสียที่ถูกส่งไปฝังกลบให้เหลือน้อยที่สุดหรือเป็นศูนย์

โครงการที่ช่วยลดปริมาณการใช้พลังงาน

การลดขยะให้เป็นศูนย์

บริษัทฯ ยึดมั่นในแนวคิดการลดขยะให้เป็นศูนย์ หรือ Zero waste โดยการนำขยะธรรมชาติ เช่น เศษใบไม้ กิ่งไม้ เปลือกข้าวโพด แกลบ ขี้วัว ขี้เถ้า เป็นต้น ซึ่งเป็นขยะธรรมชาติจากบ้านเรือน ท้องถนน ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงเศษผักเหลือทิ้งจากการตัดแต่งหลังเก็บเกี่ยว และเศษขยะอินทรีย์จากร้านอาหารในสาขาเชียงใหม่ 2 สาขา มาแปรรูป ผ่านกระบวนการต่างๆ จนกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้ในการปลูกพืชผักในสวนของบริษัทฯ รวมถึงมีการแจกจ่ายปุ๋ยอินทรีย์ให้แก่คนในชุมชนใกล้เคียงเพื่อนำไปใช้ในการเพาะปลูก

สถิติปริมาณของเสียทั้งหมด (หน่วย: กิโลกรัม)

ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568 เป้าหมาย ปี 2572
ปริมาณของเสียทั้งหมด 3,113,433 4,769,318 5,393,625 วัดผลจากปริมาณต่อหน่วยพื้นที่
อัตราการเติบโต (เทียบปีก่อน) 42% 53% 13%
อัตราการเติบโต (เทียบฐานปี 2567) ฐาน +13% ลดลงจากฐานปี 2567
ปริมาณของเสียไม่อันตราย 57,822 105,140 117,843 Zero Waste to Landfill
สัดส่วนต่อของเสียทั้งหมด (%) 1.9% 2.2% 2.2%
อัตราการเติบโต (เทียบฐานปี 2567) ฐาน +12% ลดลงจากฐานปี 2567
ปริมาณของเสียอันตราย ไม่มี ไม่มี ไม่มี ไม่มี

หมายเหตุ:

1เป้าหมายปี 2572 มุ่งสู่ Zero Waste to Landfill โดยนำของเสียกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต เช่น การทำปุ๋ยหมัก การแปรรูปเศษวัตถุดิบ และการลดของเสียในกระบวนการดำเนินงาน

2ปริมาณของเสียรวมเพิ่มขึ้นตามการขยายสาขา จึงควรวัดผลต่อหน่วยพื้นที่เป็นหลัก

เป้าหมายด้านการจัดการของเสียระยะยาว

บริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารจัดการของเสียอย่างครบวงจร ภายใต้แนวทาง "Zero Waste to Landfill" โดยมีเป้าหมายลดปริมาณของเสียที่ถูกกำจัดทิ้งให้เหลือน้อยที่สุด ผ่านการนำของเสียกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตให้ได้มากที่สุด โดยแบ่งแนวทางดังนี้

  • ของเสียไม่อันตราย มุ่งเพิ่มสัดส่วนของเสียที่นำกลับมาใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เช่น การทำปุ๋ยหมักจากเศษวัตถุดิบและเศษอาหาร การนำเศษผักและใบไม้กลับมาแปรรูป รวมถึงการลดของเสียตั้งแต่ต้นทางในกระบวนการดำเนินงาน
  • ของเสียอันตราย บริษัทฯ ไม่มีของเสียอันตรายจากการดำเนินงาน และมุ่งมั่นรักษามาตรฐานนี้อย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ จะดำเนินการปรับปรุงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับส่งเสริมให้พนักงาน คู่ค้า และชุมชน มีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในระยะยาวต่อธุรกิจและสังคม

ผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม

การทำเกษตรอินทรีย์

กระบวนการหลักในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ คือ การปลูกผัก ผลไม้ และดอกไม้ทานได้ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหาร และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัทฯ เอง ซึ่งบริษัทฯ ใช้กระบวนการเกษตรอินทรีย์ในการเพาะปลูกพืชผักทุกชนิด และยึดมั่นบนวิถีเป็นวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ซึ่งคือ “เรามุ่งมั่นเดินบนวิถีอินทรีย์ที่ดีต่อตัวเราและสังคม”

การลดขยะให้เป็นศูนย์

บริษัทฯ ยึดมั่นในแนวคิดการลดขยะให้เป็นศูนย์ หรือ Zero waste โดยการนำขยะธรรมชาติ เช่น เศษใบไม้ กิ่งไม้ เปลือกข้าวโพด แกลบ ขี้วัว ขี้เถ้า เป็นต้น ซึ่งเป็นขยะธรรมชาติจากบ้านเรือน ท้องถนน ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงเศษผักเหลือทิ้งจากการตัดแต่งหลังเก็บเกี่ยว และเศษขยะอินทรีย์จากร้านอาหารในสาขาเชียงใหม่ 2 สาขา มาแปรรูป ผ่านกระบวนการต่างๆ จนกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้ในการปลูกพืชผักในสวนของบริษัทฯ โดยในงวดปี 2564 - 2566 บริษัทฯ มีการนำขยะธรรมชาติมาแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ได้ประมาณ 1,000 - 2,000 ตันต่อปี

ในข้อมูล ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้ประมาณ
1,000
ตัน
รวมถึงมีการแจกจ่ายปุ๋ยอินทรีย์ให้แก่คนในชุมชนใกล้เคียงเพื่อนำไปใช้ในการเพาะปลูกอีกด้วย

การติดตั้งแผงโซลาร์

บริษัทฯ คำนึงถึงการใช้พลังงานสะอาดในการดำเนินธุรกิจ โดยมีการติดตั้งและวางระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาที่โรงเรือนเพาะปลูก ครัวกลาง และร้านอาหารของบริษัทฯ ในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อใช้เป็นพลังงานหมุนเวียนในกระบวนการต่างๆ ของบริษัทฯ

ในข้อมูล ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มีการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar roof)
794
กิโลวัตต์

โครงการส่งเสริมป้องกันและแก้ปัญหาหมอกควันในภาคเหนือ

บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว และต้องการสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ โดยการรณรงค์ส่งเสริมให้คนในชุมชนเกิดความตระหนักถึงพิษภัยของหมอกควันและมลพิษ และลดการเผาป่าและพื้นที่เกษตร เพื่อแก้ปัญหมอกควันในระยะยาว โดยบริษัทฯ ได้ร่วมกับ CSE ในการจัดกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

สนับสนุนให้คนในชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ นำใบไม้ที่จะเผามาอัดเพื่อทำเป็นจานสำหรับใช้ในครัวเรือน รวมถึงนำมาทำกระทงเพื่อนำไปจำหน่ายที่ร้านโอ้กะจู๋สาขาเชียงใหม่ และร้านอื่นในจังหวัดเชียงใหม่เพื่อสร้างรายได้
การสนับสนุนอาหารและเครื่องดื่ม ให้แก่เจ้าหน้าที่ในจุดเฝ้าระวังไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่ และการแจกสลัดให้ลูกค้าเพื่อร่วมสนับสนุนเงินบริจาคให้แก่เจ้าหน้าที่และจิตอาสาเฝ้าระวังไฟป่า

โครงการสร้างฝาย และปลูกป่าต้นน้ำ

บริษัทฯ ได้สนับสนุนกิจกรรมการปลูกป่าต้นน้ำ และการสร้างฝายในพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำ และสร้างฝายเพื่อชะลอความเร็วของน้ำเพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัย รวมถึงสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภค และใช้ในการเกษตรได้เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง

โครงการปลูกกาแฟ รักษาป่า ลด PM 2.5

ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2567 บริษัทฯ มีโครงการสนับสนุนการปลูกกาแฟแบบอินทรีย์ให้แก่ชุมชนที่บ้านปางหินฝน อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยโครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน เนื่องจากกาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง และมีตลาดที่กว้างขวางในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งการปลูกกาแฟแบบอินทรีย์ช่วยลดการใช้สารเคมีและส่งเสริมให้คนในชุมชนใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังช่วยลดการเผาป่า และลดมลพิษทางอากาศ หรือ PM 2.5 ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังไม่ได้มีการจัดทำข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบัน ทั้งนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการวางแผนศึกษาแนวทางการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันเกิดจากการดำเนินธุรกิจและการว่าจ้างผู้ทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ขององค์กรที่ขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เพื่อวิเคราะห์ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่างๆ ของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ คาดว่าจะสามารถจัดทำรายงาน และทวนสอบข้อมูลต่างๆ เพื่อประกอบการขอรับรองรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามแนวทางขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) และเป็นไปตามมาตรฐานสากล ISO 14064-1 ภายในปี 2569